การกำหนดค่า BIOS
การกำหนดค่า BIOS
จัดทำโดย ภัทรี กิตติราช ชั้นปวส.2/1 เลขที่9 อิเล็กทรอนิกส์
การกำหนดค่า BIOS
ปกแล้วการกำหนดค่า BIOS จะทำได้โดยการกดปุ่มใดๆ บนคีย์บอร์ดในขณะที่บู๊ตเครื่อง ซึ่งก็แล้วแต่ BIOS ของเครื่องนั้นๆ ว่าจะต้องใช้ปุ่มใด โดยส่วนใหญ่จะใช้คีย์ Del , F1 (IBM) , F2 (HP) หรือ F10 (Compaq) ซึ่งมักจะแสดงขึ้นมาบอกในขณะที่ BIOS แสดงชื่อและรุ่นออกมาตอนเปิดเครื่อง แต่ถ้าไม่มีก็คงต้องดูจากคู่มือเมนบอร์ด
วิธีการใช้งานหน้าจอกำหนดค่าของ BIOS ปกติแล้วมักจะมีลักษณะเป็นเมนูที่สามารถใช้ปุ่มลูกศรทิศทางต่างๆ เลื่อนไปยังแต่ละหัวข้อ และใช้คีย์ Enter ในการเลือกเข้าไปในแต่ละเมนู ซึ่งทำให้สามารถเลือกเข้าไปที่หัวข้อต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ส่วนการเปลี่ยนแปลงค่าของแต่ละรายการอาจจะใช้คีย์ PgUp , PgDn ในการเลื่อนค่ากลับไปกลับมาได้ ซึ่งบาง BIOS อาจจะใช้คีย์ F7 และ F8 หรือไม่ก็ใช้ space bar เพียงอย่างเดียว หรือกด Enter แล้วเลือกจากเมนูย่อยก็ได้ โดยส่วนใหญ่แล้วในหน้าจอจะมีรายการหน้าที่ของปุ่มต่างๆ แสดงอยู่ เพื่อบอกให้รู้ว่าสามารถใช้ปุ่มใดทำอะไรได้บ้าง และในการกลับออกไปที่เมนูหลัก โดยส่วนใหญ่มักจะใช้คีย์ Esc ส่วนการออกจากระบบกำหนดค่า BIOS ก็มักจะมีให้เลือกว่าต้องการบันทึกการเปลี่ยนแปลงที่ทำนั้นก่อนที่จะออกไปหรือไม่ โดยมี 2 หัวข้อคือ Write to CMOS and exit (หรือบางทีก็เขียนว่า Exit and save chang) ซึ่งเป็นการเก็บข้อมูลที่แก้ไขทุกอย่างไว้ใน CMOS ก่อนที่จะออกไป และ Do not write to CMOS and exit (หรือ Exit without save) ซึ่งเป็นการออกไปโดยไม่มีการบันทึกข้อมูลใดๆ ซึ่งทุกอย่างจะกลับสู่สภาพเดิมเหมือนไม่มีการแก้ไขใดๆ
ค่าต่างๆ ใน BIOS ส่วนใหญ่จะเป็นการกำหนดให้เป็น enable หรือ disable หมายถึง ใช้หรือไม่ใช้ค่านั้นๆ นั่นเอง ซึ่งอาจจะเป็นการกำหนดให้ทำงานหรือไม่ทำงาน ใช้ได้หรือใช้ไม่ได้ หรืออาจจะเป็นคำสั่งว่า ON กับ OFF แทนก็ได้ ส่วนในกรณีที่เป็นค่าตัวเลือกอื่นๆ ก็อาจเป็นค่าตัวเลขหรือข้อความต่างๆ ได้มากมายตามแต่การทำงานของหัวข้อนั้นๆ
โดยส่วนใหญ่แล้วการกำหนดค่าจะถูกแบ่งแยกไว้เป็นหัวข้อใหญ่ๆ หลายหัวข้อ ค่าที่จะสามารถกำหนดได้ก็จะมีมากน้อยแตกต่างกันไปตามรุ่นของเมนบอร์ด ต่อไปนี้จะเป็นรายละเอียดอย่างกว้างๆ ของแต่ละหัวข้อ ซึ่งจะเลือกอธิบายเฉพาะส่วนที่จำเป็นและมีความสำคัญที่จะต้องกำหนดหลังจากประกอบเครื่องเสร็จ หรือในการใช้งานทั่วไปเท่านั้น โดยไม่เฉพาะเจาะจงว่าเป็น BIOS ของใคร หากแต่คำที่ใช้และความหมายมักจะไม่แตกต่างกัน ส่วนการจัดหัวข้อก็อาจจะต่างกันบ้างแต่ก็ไม่มากนัก ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับกลุ่มที่แบ่งไว้ดังต่อไปนี้ก็เป็นได้ คงต้องลองดูที่หัวข้อที่ใกล้เคียงกัน ในที่นี้จะขอแบ่งเป็น 11 กลุ่มหลักๆ คือ กลุ่ม Standard CMOS , BIOS Features ,Chipset Features , Power Managment , Pnp/PCI Configuration , Load Optimized , Integrated Peripherals , Hardware Monitor & Misc , Password และ IDE HDD Auto Detection
สำหรับหน้าจอ Setup ของ BIOS แต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่น ก็จะแตกต่างกันไป ในที่นี้เป็นตัวอย่างการกำหนดค่าใน BIOS ยี่ห้อ AMI โดยเลือกค่าเฉพาะที่จำเป็นสำหรับการเริ่มต้นใช้งานเท่านั้น ส่วนค่าอื่นๆ จะถูกกำหนดให้โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว
Standard CMOS Setup
ในหัวข้อนี้จะเป็นค่าติดตั้งเกี่ยวกับอุปกรณ์มาตรฐาน , ตั้งวันที่ / เวลา และอื่นๆ ซึ่งเป็นหน้าจอที่มีมาแสนนานแล้ว ค่าที่ควรจะกำหนดในตอนเริ่มต้นได้แก่

ในส่วนนี้จะเป็นรายการค่าต่างๆ ที่มีผลต่อการทำงานของเครื่องและตอบสนองแก่ผู้ใช้ บางเมนบอร์ดอาจจะมีตัวเลือกมากหรือน้อยกว่านี้

หน้าจอนี้เป็นการกำหนดค่าการทำงานของชิปเซ็ต ซึ่งควบคุมส่วนสำคัญในเครื่อง คือรายระเอียดการทำงานของ RAM , บัส PCI และ AGP ซึ่งค่าในส่วนนี้ค่อนข้างจะมีผลต่อเมนบอร์ดและการทำงานเป็นอย่างยิ่ง จึงควรใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เพราะหากกำหนดผิดก็อาจทำให้เครื่องไม่สามารถทำงานได้ ก่อนจะแก้ไขใดๆ ให้ศึกษาจากคู่มือเมนบอร์ดนั้นๆ ให้เข้าใจละเอียดก่อน สำหรับค่าที่ควรทราบวิธีปรับตั้งมีดังนี้
ประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยความจำมีผลต่อประสิทธิภาพรวมของเครื่องมากที่สุด ค่าที่สำคัญของ SDRAM และ DDR-SDRAM ได้แก่

บางบอร์ดที่มีให้เลือกแค่หัวข้อ System Performance ก็ควรจะลองเลือกเป็น Optimal ซึ่งเร็วกว่า Normal
สำหรับเมนบอร์ดที่ใช้ RDRAM บางเมนบอร์ดอาจจะมีตัวเลือกที่เกี่ยวข้อง คือ

ในบาง BIOS จะมีตัวเลือกเกี่ยวกับการทำงานของ RAM ในอีกลักษณะหนึ่ง โดยยอมให้กำหนดค่าต่างๆ ของ RAS และ CAS แยกกันต่างหากได้ ซึ่งค่าเหล่านี้เป็นตัวกำหนดวิธีอ่านและเขียนข้อมูลใน RAM (ทั้ง SDRAM และ DDR DRRAM) ซึ่งแต่ละตำแหน่งของหน่วยความจำ จะเรียงตัวกันเป็นตาราง (matrix) ทำให้การอ้างถึงแต่ละตำแหน่งจะใช้ตัวเลขหรือแอดแดรสยองแถว (Row) และคอลัมน์ (Column) ที่ตัดกันเป็นตัวกำหนด ดังขั้นตอนต่อไปนี้
1. เริ่มการอ่าน โดยวงจรควบคุม RAM ส่งสัญญาณไประบุแถว หรือที่เรียกว่า Row Address Strobe (RAS) ก่อน
2. จะต้องรอจังหวะการทำงานของวงจรภายใน RAM ระยะหนึ่ง (ช่วงเวลานี้เรียกว่า RAS to CAS Delay) จากนั้นจึงส่งสัญญาณระบุคอลัมน์ หรือ Column Address Strobe (CAS) ตามไปได้
3. จะต้องรอจังหวะการทำงานของวงจรภายใน RAM อีกระยะหนึ่ง (ช่วงเวลานี้เรียกว่า CAS Latency หรือ CL) จากนั้นจึงจะมีข้อมูลออกมาพร้อมให้ส่งสัญญาณสั่งอ่านข้อมูลไบต์แรกได้ (สำหรับ SDRAM จะมีค่านี้เป็น 2 หรือ 3 ส่วน DDR จะเป็น 2.5 หรือ 2) หลังจากนั้นการอ่านข้อมูลใน Word ถัดไป ถ้าอยู่ในแถว (Row) เดียวกันก็จะทำได้อย่างต่อเนื่อง คือระบุเฉพาะคอลัมน์โดยส่งสัญญาณ CAS ของคอลัมน์ถัดไปและรอเท่ากับ CAS Latency (คือย้อนไปข้อ 2) แล้วค่อยสั่งอ่านข้อมูลชุดต่อๆ ไป
4. เตรียม RAM ให้พร้อมสำหรับการอ่านครั้งถัดไป ซึ่งจะต้องรอระยะเวลาหนึ่งก่อนจะอ่าน / เขียนข้อมูลในรอบถัดไปได้ ซึ่งช่วงเวลานี้เรียกว่า RAs Precharge time
ค่าทั้งสามนี้จะเป็นตัวกำหนดว่าการอ่านข้อมูลจาก RAM แผงนั้นจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน (ยิ่งมีค่ามากยิ่งทำงานช้าเพราะต้องรอนาน) บางครั้งจึงเขียนเป็น
CAS Latency - RAS Precharge - RAS to CAS delay
เช่น 3-2-2 การแก้ค่าเหล่าใน BIOS ซึ่งหากไม่ใช้เป็น SPD แล้วก็ต้องกำหนดให้ถูกกับ RAM แผงที่ใช้ด้วย ซึ่งหากกำหนดให้ต่ำลงกว่าค่าตาม SPD และเครื่องยังทำงานได้ดีก็จะมีผลทำให้การทำงานเร็วขึ้น เพราะอย่าลืมว่าซีพียูทำงานกับ cache ทั้ง L1 และ L2 มากกว่าการอ่านจาก RAM โดยตรง อย่างไรก็ตาม ถ้าปรับแล้วการทำงานกับ RAM ไม่มีเสถียรภาพก็ควรใช้ตาม SPD จะดีกว่า
Integrated Periherals
ใช้กำหนดการใช้งานอุปกรณ์ที่มีอยู่บนเมนบอร์ด อย่างเช่น ถ้าเป็นเมนบอร์ดรุ่นที่มีตัวควบคุมฮาร์ดดิสก์และพอร์ตต่างๆ อยู่บนนั้น (ซึ่งเป็นเช่นนั้นในปัจจุบัน) ก็จะมีตัวเลือกนี้อยู่ โดยมีหัวข้อต่างๆ ดังนี้

Power Management Setup
ใช้กำหนดให้เครื่องพีซีทำงานแบบประหยัดพลังงาน เมื่อมีการหยุดพักหรือไม่ได้ใช้งานสักระยะหนึ่ง ระบบประหยัดพลังงานมีมากมายหลายมาตรฐานซึ่งนับวันก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพดีขึ้นเรื่อยๆ

PnP / PCI Configuration
ใช้กำหนดการทำงานและตั้งค่าต่างๆ ที่จำเป็นเกี่ยวกับการทำงานของฮาร์ดแวร์ที่มีอยู่ในเครื่อง เช่น การใช้การ์ดจอ ISA ที่ไม่เป็น PnP (Plug & Play) ผสมกันกับการ์ดที่เป็น PnP หรือการกำหนด IRQ ให้กับ PCI Slot ต่างๆ เอง เป็นต้น

Load Fail-Safe Defaults
เป็นการกำหนดหรือตั้งค่าต่างๆ ให้กับ BIOS เป็นค่าแบบกลางๆ สำหรับใช้กับอุปกรณ์ทั่วๆ ไป หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เป็นการตั้งค่าตามค่าเริ่มต้นที่ได้กำหนดมาจากโรงงาน
Load Optimized Defaults
เป็นการกำหนดหรือตั้งค่าต่างๆ ให้กับ BIOS เพื่อให้อุปกรณ์ต่างๆ ทำงานได้ประสิทธิภาพสูงสุด
IDE HDD Auto Detection
ใช้ในการตรวจสอบการติดตั้งอุปกรณ์ที่เป็น IDE เช่น ฮาร์ดดิสก์ แบบอัตโนมัติซึ่งจะคล้ายกับการตั้งค่าในหัวข้อ Standard CMOS Setup ดังนั้นรายละเอียดของข้อความต่างๆ รวมถึงวิธีการกำหนดสามารถดูได้จากหัวข้อ Standard CMOS Setup
Hardware Monitor & Misv Setup
เป็นเมนูที่ใช้แสดงข้อมูลที่เกี่ยวกับสถานะอุณหภูมิของซีพียู เมนบอร์ด พัดลมซีพียู แหล่งจ่ายไฟ รวมทั้งแรงดันไฟฟ้าที่ป้อนให้กับซีพียู แรม และอื่นๆ

ใน BIOS จะมีการกำหนดรหัสผ่านได้ 2 ลักษณะ คือ
Supervisor password
เป็นรหัสผ่านที่มีความสำคัญมาก เนื่องจากสามารถตั้งไว้เพื่อป้องกันการเข้าไปแก้ไขค่าต่างๆ ที่ถูกกำหนดไว้ใน BIOS ได้ การแก้ไขสำหรับในกรณีที่ลืมรหัสผ่านจำเป็นจะต้องใช้วิธีการ Clear BIOS อย่างเดียว
User password
เป็นรหัสผ่านที่ตั้งไว้เพื่อไม่ให้ผู้อื่นหรือผู้ใดที่ไม่ทราบรหัสผ่านสามารถเข้าไปใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นได้ ซึ่งถ้าตั้งรหัสผ่านเครื่องจะถามหารหัสผ่านทุกครั้งที่มีการเปิดเครื่อง
รหัสผ่านมีประโยชน์ในการป้องกันผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้ามาใช้เครื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้ามาเปลี่ยนแปลง BIOS ซึ่งอาจจะทำให้เครื่องมีปัญหาหรือใช้งานไม่ได้อีกเลย รวมทั้งการเข้ามาตั้งรหัสผ่านใหม่เพื่อทำให้เจ้าของเดิมใช้เครื่องไม่ได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามถ้าลืมรหัสผ่านที่กำหนดไว้ก็จะเป็นเรื่องที่วุ่นวายมากทีเดียว เนื่องจากคุณจะไม่สามารถเข้าไปใช้เครื่องหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไข BIOS ได้อีกเลย จึงควรหาทางจดบันทึกรหัสผ่านที่กำหนดนี้เก็บไว้ในที่ที่ปลอดภัย มิฉะนั้นก็อาจจะต้องใช้วิธีเปิดเครื่องออกมาแล้วเสียบจัมเปอร์ใหม่ เพื่อลบค่าที่ตั้งไว้ให้กับ BIOS ออกมา (ถ้าทำได้) หรือแม้กระทั่งอาจจะต้องถอดถ่านหรือแบตเตอรี่ออกซึ่งเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก
